สวัสดีค่ะทุกคน! ยุคนี้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) ก้าวหน้าไปไกลมาก ทำให้เราสามารถตรวจหาโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะยิ่งเรารู้เร็วเท่าไหร่ โอกาสในการรักษาให้หายหรือควบคุมอาการก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ดิฉันเองก็เคยมีประสบการณ์ตรงที่คนใกล้ชิดตรวจพบโรคบางอย่างได้เร็ว เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้แหละค่ะ ช่วยให้ได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีจริงๆในอนาคตเราอาจจะได้เห็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกว่านี้อีกนะคะ อย่างเช่น การใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อทำนายความเสี่ยงในการเกิดโรค หรือการพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยที่ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง และสามารถตรวจได้เองที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าถึงการตรวจสุขภาพได้ง่ายขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ เทรนด์ที่กำลังมาแรงคือการพัฒนา “Personalized Medicine” หรือการรักษาแบบจำเพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมและข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ของแต่ละคนมาออกแบบการรักษาที่เหมาะสมที่สุดจากการที่ได้ลองศึกษาและติดตามข่าวสารในวงการ Biotech มาพอสมควร ทำให้ดิฉันเชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของเรามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอนค่ะ การที่เรามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเอง และเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ดีขึ้นค่ะเอาล่ะค่ะ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เรามาทำความเข้าใจในรายละเอียดกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในบทความด้านล่างนี้กันเลยนะคะ!
การตรวจหาโรคตั้งแต่เนิ่นๆ: กุญแจสำคัญสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนการตรวจสุขภาพเป็นประจำมีความสำคัญอย่างยิ่งในการค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในร่างกายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถรับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีและเพิ่มโอกาสในการหายขาดหรือควบคุมอาการของโรคได้ดียิ่งขึ้น การตรวจสุขภาพไม่ได้หมายถึงการไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือดหรือเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง เช่น การคลำหาก้อนที่เต้านม หรือการสังเกตสีของอุจจาระ เป็นต้น หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดต่อไป
การตรวจสุขภาพประจำปี: ลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นการตรวจคัดกรองโรคต่างๆ ที่พบบ่อย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง การตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยให้เราทราบถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้นได้ นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำยังช่วยให้เราค้นพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากยิ่งขึ้น
การตรวจคัดกรองมะเร็ง: อย่าละเลยสัญญาณเตือน
มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย การตรวจคัดกรองมะเร็งจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง การตรวจคัดกรองมะเร็งมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล เช่น การตรวจแมมโมแกรมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม การตรวจ Pap smear เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการตรวจ Colonoscopy เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
เทคโนโลยีชีวภาพกับการตรวจวินิจฉัยโรค: ความหวังใหม่แห่งวงการแพทย์
เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ มากยิ่งขึ้น ทำให้การตรวจวินิจฉัยมีความแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การตรวจ PCR (Polymerase Chain Reaction) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในการตรวจหาเชื้อไวรัสและแบคทีเรียต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ หรือการตรวจ Next-Generation Sequencing (NGS) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในการอ่านลำดับเบสของ DNA หรือ RNA ได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ได้
การตรวจ PCR: รู้ผลเร็ว รักษาได้ทันท่วงที
การตรวจ PCR เป็นเทคนิคที่ใช้ในการเพิ่มปริมาณ DNA หรือ RNA ของเชื้อโรคต่างๆ ทำให้สามารถตรวจหาเชื้อโรคได้แม้จะมีปริมาณน้อยมากในร่างกาย การตรวจ PCR มีประโยชน์อย่างมากในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น โรคโควิด-19 โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคเอดส์ การตรวจ PCR สามารถให้ผลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคและให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที
การตรวจ NGS: ถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ
การตรวจ NGS เป็นเทคนิคที่ใช้ในการอ่านลำดับเบสของ DNA หรือ RNA ได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ได้ การตรวจ NGS มีประโยชน์อย่างมากในการตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และโรคมะเร็งบางชนิด การตรวจ NGS สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ
บทบาทของพันธุศาสตร์ในการทำนายความเสี่ยงของโรค
พันธุศาสตร์ (Genetics) เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับยีนและพันธุกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ด้วย นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่ายีนบางชนิดมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง การตรวจทางพันธุกรรมสามารถช่วยให้เราทราบถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้นได้
การตรวจทางพันธุกรรม: รู้ความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือ
การตรวจทางพันธุกรรมเป็นการตรวจหาความผิดปกติของยีนที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ การตรวจทางพันธุกรรมสามารถทำได้โดยการเก็บตัวอย่างเลือด น้ำลาย หรือเนื้อเยื่อ การตรวจทางพันธุกรรมมีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการป้องกันโรคสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
Personalized Medicine: การรักษาที่ออกแบบมาเพื่อคุณ
Personalized Medicine หรือการรักษาแบบจำเพาะบุคคล เป็นแนวทางการรักษาที่พิจารณาถึงความแตกต่างทางพันธุกรรมและลักษณะเฉพาะอื่นๆ ของแต่ละบุคคล เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด Personalized Medicine กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการแพทย์ เนื่องจากช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและลดผลข้างเคียงจากการรักษาได้
นวัตกรรมใหม่ๆ ในการตรวจสุขภาพ: สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น
ในปัจจุบัน มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายในการตรวจสุขภาพ ทำให้การตรวจสุขภาพมีความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การตรวจสุขภาพด้วยอุปกรณ์ Wearable device ซึ่งสามารถวัดค่าต่างๆ ในร่างกายได้ตลอดเวลา เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด หรือการตรวจสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ซึ่งสามารถให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ
Wearable device: เพื่อนคู่ใจในการดูแลสุขภาพ

Wearable device เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สวมใส่บนร่างกายได้ เช่น นาฬิกาข้อมือ หรือสายรัดข้อมือ Wearable device สามารถวัดค่าต่างๆ ในร่างกายได้ตลอดเวลา เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด ข้อมูลที่ได้จาก Wearable device สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อประเมินสุขภาพและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพได้
แอปพลิเคชันบนมือถือ: ผู้ช่วยส่วนตัวด้านสุขภาพ
แอปพลิเคชันบนมือถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการดูแลสุขภาพ แอปพลิเคชันบนมือถือสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ และแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ นอกจากนี้ แอปพลิเคชันบนมือถือยังสามารถเชื่อมต่อกับ Wearable device เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพและนำมาวิเคราะห์ได้
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ: คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดี
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หลายคนลังเลที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว การตรวจสุขภาพช่วยให้เราค้นพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้
ประกันสุขภาพ: ตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย
ประกันสุขภาพเป็นตัวช่วยที่ดีในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาล ประกันสุขภาพมีหลายรูปแบบให้เลือก ขึ้นอยู่กับความต้องการและความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน การทำประกันสุขภาพเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา เพราะช่วยให้เราอุ่นใจได้ว่าเราจะได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีเมื่อเจ็บป่วย
สิทธิการรักษาพยาบาล: ใช้สิทธิที่มีให้คุ้มค่า
ทุกคนมีสิทธิในการรักษาพยาบาลตามกฎหมาย เช่น สิทธิประกันสังคม สิทธิบัตรทอง และสิทธิข้าราชการ ควรศึกษาและทำความเข้าใจสิทธิของตนเอง เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่เมื่อจำเป็น
ตารางสรุปวิธีการตรวจหาโรคต่างๆ

| วิธีการตรวจ | โรคที่ตรวจได้ | กลุ่มเป้าหมาย | ความถี่ในการตรวจ |
|---|---|---|---|
| การตรวจสุขภาพประจำปี | โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, โรคมะเร็ง | ทุกคน | ปีละ 1 ครั้ง |
| การตรวจแมมโมแกรม | มะเร็งเต้านม | ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป | ปีละ 1-2 ครั้ง |
| การตรวจ Pap smear | มะเร็งปากมดลูก | ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์ | ทุก 1-3 ปี |
| การตรวจ Colonoscopy | มะเร็งลำไส้ใหญ่ | ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป | ทุก 5-10 ปี |
| การตรวจ PCR | โรคโควิด-19, โรคไข้หวัดใหญ่, โรคเอดส์ | ผู้ที่มีอาการสงสัย | เมื่อมีอาการ |
| การตรวจ NGS | โรคทางพันธุกรรม, โรคมะเร็ง | ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง | ตามคำแนะนำของแพทย์ |
สรุป: การตรวจหาโรคตั้งแต่เนิ่นๆ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณมอบให้ตัวเองได้
การตรวจหาโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพช่วยให้เราค้นพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้ การลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ดังนั้น อย่าละเลยการตรวจสุขภาพและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอการตรวจสุขภาพเป็นประจำคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับชีวิต การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและมีความสุขไปอีกนาน อย่าลืมดูแลตัวเองและคนที่คุณรักด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำนะครับ
บทสรุป
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพนะครับ การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของความสุขและความสำเร็จในชีวิต
อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยไปหาหมอ การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้เราค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และสามารถรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนะครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ สามารถสอบถามได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เลยครับ
เกร็ดความรู้
1. ตรวจสุขภาพประจำปี: ควรตรวจอะไรบ้าง? การตรวจสุขภาพประจำปีควรครอบคลุมการตรวจร่างกายทั่วไป การตรวจเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาล ไขมัน และการทำงานของไตและตับ รวมถึงการตรวจปัสสาวะและการตรวจเอกซเรย์ปอด
2. มะเร็ง: ตรวจคัดกรองอะไรได้บ้าง? การตรวจคัดกรองมะเร็งที่สำคัญ ได้แก่ การตรวจแมมโมแกรมสำหรับมะเร็งเต้านม การตรวจ Pap smear สำหรับมะเร็งปากมดลูก และการตรวจ Colonoscopy สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่
3. เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการตรวจสุขภาพ: มีอะไรบ้าง? นวัตกรรมใหม่ๆ ในการตรวจสุขภาพ ได้แก่ การตรวจสุขภาพด้วยอุปกรณ์ Wearable device และการตรวจสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
4. ประกันสุขภาพ: จำเป็นหรือไม่? การทำประกันสุขภาพเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา เพราะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาล
5. สิทธิการรักษาพยาบาล: มีอะไรบ้าง? ทุกคนมีสิทธิในการรักษาพยาบาลตามกฎหมาย เช่น สิทธิประกันสังคม สิทธิบัตรทอง และสิทธิข้าราชการ ควรศึกษาและทำความเข้าใจสิทธิของตนเอง
ประเด็นสำคัญ
การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยให้ค้นพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
เทคโนโลยีชีวภาพช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำและรวดเร็วขึ้น
พันธุศาสตร์ช่วยทำนายความเสี่ยงของโรค
นวัตกรรมใหม่ๆ ช่วยให้การตรวจสุขภาพสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น
ประกันสุขภาพช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?
ตอบ: เทคโนโลยีชีวภาพ หรือ Biotech คือการนำเอาความรู้ทางชีววิทยามาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของเราค่ะ ตัวอย่างเช่น การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค การผลิตยา การปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้ผลผลิตสูงขึ้น และการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ Biotech ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การบำบัดน้ำเสียและการผลิตพลังงานทดแทนด้วยค่ะ
ถาม: การตรวจหาโรคด้วยเทคโนโลยีชีวภาพในปัจจุบัน มีอะไรบ้างที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
ตอบ: ในประเทศไทย การตรวจหาโรคด้วยเทคโนโลยีชีวภาพที่ได้รับความนิยมมีหลายอย่างค่ะ เช่น การตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ด้วย NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 – 30,000 บาท การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยการตรวจเลือด (Liquid Biopsy) ที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 – 25,000 บาท และการตรวจหาเชื้อไวรัสต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบและ HIV ด้วยเทคนิค PCR (Polymerase Chain Reaction) ที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 – 3,000 บาทต่อการตรวจแต่ละครั้งค่ะ ราคาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาลและคลินิกนะคะ
ถาม: ถ้าอยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ จะหาข้อมูลได้จากที่ไหนบ้าง?
ตอบ: หากสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ มีแหล่งข้อมูลมากมายให้เลือกค่ะ ลองดูเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมักจะมีข้อมูลข่าวสารและบทความเกี่ยวกับ Biotech ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์และนิตยสารวิทยาศาสตร์ต่างๆ ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ Biotech ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย หรือลองติดตามข่าวสารจากงานประชุมวิชาการและนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับ Biotech ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณได้อัพเดทความรู้ใหม่ๆ ในวงการนี้อยู่เสมอค่ะ
📚 อ้างอิง
Wikipedia Encyclopedia






